ประวัติศาสตร์ความขมของน้ำตาล

ประวัติศาสตร์ความขมของน้ำตาล


จากหนังสือเรื่อง “น้ำตาลเปลี่ยนแปลงโลก” เขียนโดย Marc Aronson กับ Marina Budhos ได้เสนอมุมมองการกำเนิดของน้ำตาล

 

ในสมัยที่น้ำตาลเป็นของหายากแล้วก็ใช้ในพิธีทางศาสนา กระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นำมาซึ่งกิจการค้าข้าทาส เรื่องราวของน้ำตาลสืบย้อนกลับไปราวๆ 5000 ปีหรือเป็นเวลานานกว่านั้น แต่ก่อนอ้อยนั้นเป็นพืชที่อยู่ในหมู่เกาะนิวกินีในขณะนี้ แพร่ไปยังทวีปเอเชียแผ่นดินใหญ่ จนถึงนักเดินทางสำรวจทะเลชาวโพลินิเชียนได้นำอ้อยไปจนกระทั่งฮาวายในศตวรรษที่ 11

 

บันทึกแรกจากประเทศอินเดีย ใช้น้ำตาลเป็นเครื่องบวงสรวงทางศาสนา 1000ปี ก่อนคริสตกาล ยาวนานกว่าจะมีการสร้างปิระมิดเสียอีก ในคู่มืออาธรรพเวทเรียกต้นอ้อยว่า ikshu คือ สิ่งที่คนมุ่งหมายเพราะว่ารสของมัน

 

การแพร่หลายของน้ำตาลในศตรวรรษที่ 10 มีศูนย์กลางอยู่ที่เมดิเตอร์เรเนียนของคนมุสลิม จนถึงมาวัวโปโลได้ไปเยี่ยมดินแดนที่นั้นของข่านและก็เจอบันทึกว่ามีชาวอียิปผู้หนึ่งเป็นคนสอนแพร่วิธีการทำน้ำตาลผลึกสีขาวไปจนกระทั่งสุดขอบแผนที่เมดิเตอเรเนียน

 

ปลายศตรวรรษที่ 10 กำเนิดการรบอาจารย์เสด คริสเตียนเป็นข้างพ่าย แต่ว่าก็ได้ครองพื้นที่อันสมบูรณ์บริบูรณ์ของเมดิเตอเรเนียน อาทิเช่น เกาะสิสิลี แล้วก็ โรดส์ในพื้นที่นั้นพวกเขาได้เริ่มความสามารถที่ได้ทำความเข้าใจมาจากชาวอิสลามสำหรับเพื่อการปลูกอ้อยแล้วก็กลั่นน้ำตาล

 

ชาวมุสกลิมเป็นกรุ๊ปแรกๆที่สร้างสรรค์เกษตรกรรมแบบใหม่ที่เรียกว่าไร่อ้อย โดยตรวจสอบและลองใช้ข้าทาสจำนวนหลายชิ้นราวร้อยคนภายในการจัดการอย่างมีระบบคล้ายกับโรงงานเพื่อได้น้ำตาลที่มีคุณภาพ เพราะเหตุว่าถ้าตัดอ้อยแล้วไม่นำไปต้มในทันทีข้างใน 2 วัน น้ำตาลจะซึมเข้าซังอ้อยแล้วก็ทำให้ขาดทุน ข้าทาสจำนวนมากจะเป็นเชลยสงครามหรือชาวรัสเซีย

 

ปลายศตรวรรษที่ 14 หรือตอนที่โปรเหม็นตุกีสรวมทั้งประเทศสเปนชิงชัยทางทะเลเพื่อไปยังทวีปเอเชีย พวกเขาได้สร้างไร่อ้อยขึ้นมาบนเกาะที่เข้ายึดได้โดยใช้แรงงานขี้ข้าที่ซื้อจากแอฟริกาปฏิบัติงานให้ เช่นเดียวกันกับโคลัมบัสที่นำอ้อยไปยังเฮว่ากล่าวและก็โดมินิกัน เปลี่ยนไปสู่ยุคทองคำขาว (น้ำตาล) รวมทั้งเป็นสมัยที่การค้าขายข้าทาสเจริญที่สุดพร้อมด้วยทรัพย์สินเป็นอย่างมากที่ได้จากการค้าน้ำตาล

 

เพียงแค่ช่วงเวลาเพียงแค่ 100 ปีจากศตรวรรษที่ 17 ถึง 18 อังกฤษเริ่มล่าอาณานิคมโดยยึดจาไมก้าจากประเทศสเปน จนกระทั่งฝรั่งเศษมีความคิดเห็นว่ากระบวนการทำไร่อ้อยสร้างเงินเป็นอย่างมากก็เลยเริ่มไปสู่การฉกฉวยดินแดนแข่งกับอังกฤษกระทั่งครอบครองเฮติเตียน แล้วก็เปลี่ยนเป็นหัวใจหลักสำหรับในการเคลื่อนเศรษฐกิจยุโรปใน ศตรวรรษที่ 17 ตอนท้ายจนกระทั่งศตรวรรษที่ 19 เชื่อมเศรษฐกิจโลกเข้าด้วยกัน ทั้งยังทวีปเอเชีย แอฟริกา ยุโรป รวมทั้งอเมริกา

 

โลกที่พวกเราเป็นอยู่ปัจจุบันนี้เป็นผลมาจากเหงื่อแล้วก็หยดเลือดของขี้ข้าผู้ถูกข่มเหง ด้วยเหตุว่าข้าทาสพวกเรานี้ทำให้โลกาภิวัฒน์ พวกเราก็เลยไม่สมควรเห็นว่าเขาเป็นผู้รับเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ แต่ว่าน่าจะเห็นว่าพวกเขาเป็นผู้ผลิตช่วงของโลกเดี๋ยวนี้ของพวกเรา

Author: Gordon Perkins